วันจันทร์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

โรคปวดไหล่

“อาการปวดข้อไหล่พบได้บ่อย โดยเฉพาะคนที่มีอายุเลยวัยกลางคนไปแล้ว โรคที่พบได้บ่อยคือโรคข้อไหล่ติดแข็งส่วนใหญ่แล้วผู้ที่มีอาการปวดข้อไหล่ในระยะเริ่มแรก จะรีรอที่จะไปหาแพทย์ และพยายามไม่ยอมใช้ข้อไหล่ข้างนั้นต่อไปการเคลื่อนไหวของข้อไหล่จะลดน้อยลง บางคนยืนโหนรถเมล์จะรู้สึกว่ายกโหนรถเมล์ลำบากหรือถ้าเป็นมากๆ จะโหนไม่ได้เลย”

อาการ 
- เจ็บปวดบริเวณข้อไหล่
- ยกแขนข้างที่ปวดได้ไม่สูงนัก เปรียบเทียบกับด้านตรงข้าม ถ้าพยายามผืนยกให้สูงขึ้นจะมีอาการปวดมากขึ้น

การรักษา
การรักษาด้วยตัวเอง 
- ถ้าปวดมากควรพักการใช้ข้อไหล่และใช้ผ้าคล้องแขนคล้องคอชั่วคราว 2-3 วัน
- ถ้าเริ่มปวดควรประคบด้วยถุงน้ำแข็งวันละ 2-3 ครั้ง ครั้งละ 15-30 นาที
- อย่าบีบนวดหรือดัดข้อไหล่ที่กำลังปวดเพราะจะทำให้อักเสบมากขึ้น
- อย่านอนทับแขนและไหล่ข้างที่ปวด
- อย่าใช้แขนข้างที่ปวดยกหรือหิ้วของหนักๆ
- อย่าโหนหรือเหนี่ยวนานเกินควร
- เริ่มบริหารข้อไหล่เมื่อทุเลาปวด ทำวันละน้อยค่อยๆ เพิ่มขึ้นจะเคลื่อนไหวหัวไหล่ได้ปกติ
- ถ้าเป็นมากควรปรึกษาแพทย์

การรักษาทางแพทย์
- แพทย์มีการตรวจร่างกาย อาจถ่ายภาพรังสีของข้อ
- ให้ยาระงับปวด ยาระงับอาการอักเสบบางรายอาจถึงฉีกยา และส่งไปปรึกษานักกายภาพบำบัดเพื่อทำการรักษาทางกายภาพบำบัดต่อไป

การรักษาทางกายภาพบำบัด
(ในกรณีที่ท่านมีอาการปวดมากและไม่สามารถรักษาด้วยตัวเองได้)
- การใช้ความเย็นในระยะมีอาการปวดเฉียบพลัน
- การใช้ความร้อน แผ่นผ้าร้อน เครื่องอบความร้อนคลื่นสั้น เครื่องนวดอัตราซาวน์ ฯลฯ เพื่อลดอาการปวดและเกร็งของกล้ามเนื้อ
- การใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้า เพื่อลดปวด 
- การดัดดึง โดยใช้วิธีเฉพาะเนื้อยึดพังผืด ทำให้ข้อไหล่เคลื่อนไหวได้ดีขึ้น
- การออกกำลังกาย ถือได้ว่าเป็นหัวใจในการรักษาผู้ป่วยข้อไหล่ติด นักกายภาพบำบัดจะเป็นผู้ใช้เครื่องมือต่างๆ ประกอบการออกกำลังกาย

การออกกำลังข้อไหล่
1. แกว่งแขน
ใช้แขนดึงท้าวบนโต๊ะ ก้มตัวลงเล็กน้อยปล่อยให้แขนข้างไหล่เจ็บห้อยลงตรงๆ แล้วค่อยๆ แกว่งแขนไปข้างหน้าข้างหลัง เข้าในออกนอก คล้ายกับการแกว่งของตุ้มนาฬิกา จากนั้นแกว่งเป็นวงกลมอย่างช้าๆ ครั้งละ 5 นาที วันละ 3 ครั้ง การแกว่งให้แกว่งแขนอยู่ในจุดจำกัดของอาการเจ็บป่วย เมื่ออาการปวดลดลงให้แกว่งขยายวงกว้างไปเรื่อยๆ
2. ทำนิ้วไต่ฝาผนัง
2.1 ยืนหันหน้าเข้าฝา ห่างประมาณ 1 ฟุต ยกแขนข้างที่ไหล่มีปัญหาเอานิ้วไต่ฝาผนังขึ้นเรื่อยๆ จนรู้สึกว่าเจ็บพอทน ทำเครื่องหมายไว้ทำซ้ำอย่างน้อย 5 เที่ยววันละ 3 ครั้ง วันต่อๆมาสังเกตเครื่องหมายว่าท่านยกแขนได้สูงเพิ่มขึ้นหรือไม่
2.2 เมื่อมีอาการเจ็บปวดข้อไหล่ลดลงน้อยลงให้ยืนหันข้างที่ไหล่ปวดเข้าข้างฝา ห่างประมาณ 1 ฟุต กางแขนเอานิ้วแตะฝาและไต่ขึ้นไปเรื่อย เช่นเดียวกับข้อ
2.1 จนกระทั่งยกแขนได้สูงสุดเหมือนปกติ

ข้อควรระวัง
ไม่เอียงตัว แอ่นตัวหรือเขย่งตัวขณะมือไต่ฝา
ท่าออกกำลังกายยกไหล่ทุกทิศ
พยายามเคลื่อนไหวข้อไหล่ทุกทิศทางทำท่าละ 10 ครั้ง วันละ 2-3 หน
ท่าที่ 1 ยกแขนทั้งสองข้างไปข้างหน้าจนต้นแขนชิดใบหูแล้วกลับลงท่าเดิม จากนั้นเหยียดแขนทั้งสองข้างไปด้านหลังแล้วกลับลงท่าเดิม
ท่าที่ 2 กางแขนทั้งสองข้างจนสูงระดับไหล่ หงายมือและยกแขนขึ้นจนต้นแขนชิดใบหูแล้วกลับลงท่าเดิม
ท่าที่ 3 เอามือทั้งสองข้างประสานท้ายทอยกางศอกำทั้งสองข้างไปด้านหลังให้สุดแล้วหุบศอกมาชิดด้านหล้าให้มากที่สุด
ท่าที่ 4 กางแขนทั้งสองข้างสูงระดับไหล่หมุนแขนเข้าออกให้มากที่สุดยกแขนเหนือศีรษะเหยียดตรงหมุนเข้า-ออกมากที่สุด
ท่าที่ 5 เอามือข้างไหล่เจ็บไว้หลังแล้วค่อยๆ ขยับให้สูงขึ้น เอามือข้างไหล่เจ็บอ้อมมาแตะบ่าค่อยๆขยับให้ต่ำลง การออกกำลังกายท่านี้ เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ทุเลาจากการปวดลงมาแล้ว

ข้อปฏิบัติเพื่อป้องกันข้อไหล่ปวดหรือยึดติดอีก
1. หมั่นออกกำลังกล้ามเนื้อข้อไหล่ตามที่เคยปฏิบัติต่อไปเรื่อยๆ
2. หลีกเลี่ยงจากการยกสิ่งของที่หนักเกินความสามารถของท่าน
3. หลีกเลี่ยงการใช้มือหรือแขนทำงานเหนือระดับศีรษะนานเกินไป เช่น ทาสีเพดานบ้าน เช็ดตู้ ฯลฯ
4. การยกของควรยกให้ใกล้ชิดกับลำดับตัวและในท่างอข้อศอก
5. อย่าอ่านหนังสือหรือดูทีวีในท่านอนคว่ำแล้วใช้ข้อศอกยันตัวรับน้ำหนักไว้นานเกินไป
6. การยืนหรือเดินควรให้ไหล่ลำตัวตรงในท่าอกผายไหล่ผึ่ง
กลุ่มงานสุขศึกษา โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า
ขอขอบคุณข้อมูลจาก :  กลุ่มงานสุขศึกษา โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น